หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | สมาชิก | บริการ | เว็บบอร์ด | คอร์สเรียน | ประกาศห้องว่าง | ประกาศขายสินค้าและบริการ | เว็บเพื่อนบ้าน | หน่วยงานราชการ | คำถามพบบ่อย | ติดต่อเรา
 สมาชิก

  สมัครสมาชิก |  ลืมรหัสผ่าน

Username

Password

วีซ่าคู่รัก ครอบครัว ซิติเซ่น

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ยื่นขอวีซ่าแต่งงาน มีสิทธิผ่านหรือไม่?

แต่งงานแล้ว จะยื่นขอวีซ่าแต่งงานเพื่อไปอยู่ออสเตรเลีย

มีปัญหาสุขภาพติดเชื้อ แต่ดูแลรักษากับหมอตลอดมา สุขภาพดี

ตอนเตรียมเอกสารไปยื่นจะต้องขอใบรับรองแพทย์จากคุณหมอที่รักษาประจำไปยื่นด้วยหรือไม่

เพื่อประกอบกับหลักฐานในการตรวจสุขภาพ

ปกติดพบหมอทุกๆ สามเดือน แต่คาดว่าถ้าได้วีซ่าแต่งงาน คุณหมอบอกว่า มาตรวจเลือดและสุขภาพปีละครั้งก็ได้ เพราะปกติตรวจเลือดและสุขภาพโดยรวมทั้งหมดปีละครั้งอยู่แล้ว

แต่พี่พบหมอทุกสามเดือนเพราะติดตามผลการรักษาและรับยา คุณหมอบอกว่าสามารถจ่ายยาให้หนึ่งปีได้
และถ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถไปหาหมอที่ออสเตรเลียได้

แต่ส่วนตัวเกรงว่าจะยื่นขอวีซ่าไม่ผ่าน เพราะว่ามีปัญหาสุขภาพตรงนี้

ทำอย่างไรดีวีซ่าแต่งงานถึงจะผ่าน

คู่สมรสและตัวเอง หน้าที่การงานและความน่าเชื่อถือดีทั้งสองฝ่าย

จากคุณ: รอคำตอบด้วยความหวัง [29 ม.ค. 54 - 20:44:20]

ความคิดเห็นที่ 1

ตอบไม่ได้หรอกค่ะ ว่าทำอย่างไรวีซ่าถึงจะผ่าน บอกได้แค่เพียงว่า มีสิทธิ์ ทั้งผ่าน และไม่ผ่านค่ะ คงต้องขึ้นอยู่กับทางสถานทูตล้วน ๆ

มีอย่างนึงที่อยากจะให้พี่คุณลองคิดทบทวนดู ไม่ทราบว่าเคยไปที่ออสเตรเลียมาบ้างหรือยัง แล้วเคยไปอยู่นาน ๆ หรือเปล่า สถาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ออสฯ ต่างจากเมืองไทยมากพอสมควรนะคะ การย้ายไปอยู่ในที่ที่มีภูมิอากาศไม่เหมือนเดิม อาจจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพได้ ยิ่งคุณมีเชื่ออยู่ด้วย ภูมิคุ้มกันอะไรต่าง ๆ ก็น้อยกว่าคนอื่น โอกาสในการเจ็บป่วยก็อาจจะมีมากกว่าคนอื่น ลองขอวีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าอื่น ๆ แล้วไปทดลองอยู่ก่อนครั้งละเดือน สองเดือน แล้วลองค่อย ๆ อยู่นานขึ้น ๆ ก็อาจจะเป็นทางเลือกอีกทาง

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ

จากคุณ: noise [30 ม.ค. 54 - 04:49:48]

ความคิดเห็นที่ 2

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ตอบยากจังเพราะปกติข้อห้ามเขา (เกือบทุกประเทศ) คนที่เป็นโรคติดต่อค่อนข้างที่จะขอวีซ่าลำบาก พี่ชาย(พร้อมครอบครัว)เราขอ PR ไปอยู่ออส ต้องตรวจสุขภาพด้วยค่ะ

อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไม่ลองก็ไม่รู้จริงไหม ขนาดคนร่างกายแข็งแรงยังต้องลุ้นวีซ่าเลย ^_^

จากคุณ: บัว [30 ม.ค. 54 - 09:24:48]

ความคิดเห็นที่ 3

ขอพีอาร์ต้องตรวจ HIV ด้วยค่ะ คิดวาวีซ่าแต่งงานก็คงต้องตรวจเหมือนกัน

จากคุณ: noise [30 ม.ค. 54 - 09:51:27]

ความคิดเห็นที่ 4

คุณบัวเข้าใจผิดแล้วค่ะ เท่าที่เรารู้ และไปมาหลายประเทศ ก็ไม่มีประเทศไหนห้ามคนติดเชื้อเข้านะคะ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างเข้มงวดกับ long stay หรือ immigrant วีซ่าที่จะต้องตรวจ HIV และถึงแม้จะมีข้อกำหนดว่าให้ตรวจ แต่ผู้ติดเชื้อ ก็ยังมีโอกาสที่ได้วีซ่าอยู่ และก็มีคนที่ได้มาแล้วด้วยค่ะ ไม่ใช่ไม่มี

วีซ่าท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป หรือแม้แต่วีซ่าทำงาน 457 ที่เราเคยถืออยู่ ก็ไม่มีให้ตรวจ HIV ค่ะ

อีกอย่าง คนติดเชื้อ HIV ไม่ใช่ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อค่ะ แล้วยิ่งคนที่ไม่ได้มีพฤติกรรมมั่วสุม หรือขายบริการทางเพศด้วยแล้ว คนติดเชื้อ HIV ก็คือคนปกติเหมือนกับพวกเรานี่แหละ เพียงแต่เขาอาจจะมีกิจกรรมบางอย่างที่ต้องทำเป็นประจำ เช่นกินยาทุกวัน ไปพบหมอทุกสามเดือนหกเดือน

หลายคนอาจจะกลัวที่จะอยู่ใกล้ แต่เรามีเพื่อนสนิทมากที่สุดคนนึงติดเชื้อ และถ้าไม่นับว่าเราต้องเดินทางไปโน่นมานี่บ่อย ๆ แล้ว เรากับเพื่อนคนนี้ก็ใกล้ชิด สนิทสนมกับมาก กินอยู่ด้วยกันได้ นอนเตียง นอนเต๊นท์เดียวกันเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด เป็นแบบนี้มา 14-15 ปีแล้ว เขาก็ยังแข็งแรงดี เราก็ไม่เคยติดโรคอะไรจากเพื่อนเราเหมือนกัน เราเคยอยู่ดูแลเพื่อนเราตอนที่เขาป่วยหนัก ๆ มาแล้วในช่วงที่เขาเพิ่งรู้ตัวและยังทำใจไม่ได้ ร่างกายอ่อนแอ ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการดูแลเพื่อนซึ่งป่วยเหมือนคนอื่น เพียงแต่เราต้องระวังตัวเองมากขึ้นมาอีกหน่อยนึง ก็เท่านั้น

ตอนนี้ อเมริกายกเลิก ไม่ให้ตรวจ HIV แล้ว คาดว่า ประเทศอื่น ๆ ก็อาจจะผ่อนปรน ไม่ช้าก็เร็ว

จากคุณ: noise [30 ม.ค. 54 - 10:13:21]

ความคิดเห็นที่ 5

อืมม ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละครับ ขอบคุณ คุณ: noise มากๆ ครับที่ให้ความรู้

จากคุณ: มหาโจร [30 ม.ค. 54 - 11:18:32]

ความคิดเห็นที่ 6

เรื่องวีซ่าไม่ขอออกความเห็น

ผมมีเพื่อนติดเชื่อเหมือนกันครับ และเคยทำงานเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อเมื่อห้าปีที่แล้ว

เพื่อนผมดูแลสุขภาพดีจนหมอยังตกใจ ห้าหกปี ยังไม่รับยา แต่ว่าถ้าหากโดนอากาศเปลี่ยนเมื่อไหร่จะป่วยหนักทุกที เป็นครั้งละหลายวัน บางครั้งก็ต้องไปพบหมอเหมือนกัน คุณต้องดูสุขภาพตัวเองด้วยว่ามาอยู่ออสไหวหรือปล่าว หน้าหนาวนี่หนาวมาก คนธรรมดายังป่วย หน้าร้อนนี่ร้อนตับแตก ตอนนี้ 37 แล้ว มันร้อนคนละแบบกับเมืองไทย ที่นี่ร้อนแห้ง ร่างกายคุณจะไหวมั้ย

การติดเชื้อไม่ได้เป็นข้อจำกัดให้เราทำอะไร แต่ว่าถ้ามาแล้วร่างกายคุณไม่พร้อม มันจะทรุด แล้วอย่างที่ทราบกัน CD4 กว่าจะขึ้นมาได้แต่ละครั้ง ต้องดูแลร่างกายดีมากๆ แต่ถ้าลดแล้วลงทีฮวบฮาบ ไม่รวมถึงเวลากินยาที่ต้องตรงเวลาเป๊ะๆ จะพลาดไม่ได้ ไม่งั้นเชื้อจะดื้อยาตัวนี้ เวลาที่นี่กับไทยต่างกัน 3-4 ชั่วโมง คุณเปลี่ยนเวลาทานยาไม่ได้ด้วย (หรืออาจจะได้แล้ว ณ ปัจจุบัน) ถ้าหากมาแล้ว เวลาชดเชยกันไปตรงช่วงเวลานอนของคุณที่นี่ ก็จะลำบากหรือปล่าว

ผมไม่ได้พูดตัดกำลังใจนะครับ ผมคิดว่าผมเข้าใจดีเลยละ เลยลองช่วยคิดในแง่มุมอื่นกว้างๆ ที่ผู้ติดเชื้อมักจะมองข้ามไป

จากคุณ: คนตอบไม่ได้ใส่ชื่อ [30 ม.ค. 54 - 12:04:36]

ความคิดเห็นที่ 7

มีอีกหลายอย่างที่คนที่ไม่เคยใกล้ชิดคนติดเชื้อยังไม่รู้ สมัยนี้ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และต่อเนื่องจริง ๆ แล้วถ้าการรักษานั้นได้ผลตามคาด จำนวนเชื้อจะลดน้อยลงจนไม่สามารถตรวจเจอเชื้อ HIV เลยแต่คนเหล่านี้ก็ยังต้องกินยาต่อเนื่องไปตลอดชีวิตเพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนไวรัสเพิ่มขึ้น แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี โอกาสที่เชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้นก็มีอีก

เพื่อนเราคนนี้ ตอนนี้ก็สบายตัวไปแล้ว เพราะตรวจเชื้อไม่เจอแล้ว เพียงแค่ดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เจ็บป่วย ไม่สบายก็ไปหาหมอให้รีบรักษาอย่างถูกต้องและถูกวิธี

เพราะเหตุนี้แหละ ถึงได้มีหมอที่ยอมช่วยให้คู่สามี ภรรยาที่ติดเชื้อมีบุตร (ในเมืองไทยนี่แหละค่ะ) เพราะหมอเห็นแล้วว่าทั้งคู่จะมีชีวิตยืนยาวและแข็งแรงพอที่จะเลี้ยงเด็กให้เติบโตได้

เราเคยได้ยินว่า คนที่ได้วีซ่าออสฯ กรณีที่ตรวจพบ HIV จะต้องเซ็นเอกสารยอมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องที่เกี่ยวกับโรคนี้เอง แต่ก็ยังไม่เคยได้คุยจริง ๆ กับคนที่ได้นี้ด้วยตัวเอง ต้องยอมรับอย่างนึง ว่าสังคมยังไม่เข้าใจ แต่ตั้งข้อรังเกียจผู้ติดเชื้ออยู่ ถึงจะไม่มากเท่าสมัยก่อน แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่เนือง ๆ โอกาสที่เราจะได้เจอคนที่กล้ายอมรับว่าเป็นผู้ติดเชื้อตัวเป็น ๆ ก็คงจะยาก ดังนั้น ข้อมูลที่เราได้ยินได้ฟังมา จึงอาจจะใช่หรือไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้

จากคุณ: noise [30 ม.ค. 54 - 12:11:53]

ความคิดเห็นที่ 8

เหมือนเคยอ่านเจอนะว่ามีคนวีซ่าผ่าน ทั้งที่ติด hiv แต่ เขาต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพ แนวทางการรักษาเยอะเหมือนกัน แต่อะไรบ้างก็ไม่ทราบเหมือนกัน มาให้กำลังใจ ดุแลสุขภาพดีๆ

จากคุณ: มะเดื่อ เตรียมไหว้จ้าว [31 ม.ค. 54 - 06:33:32]

ความคิดเห็นที่ 9

สนับสนุนคุณnoise และให้กำลังใจเจ้าของกระทู้ค่ะ การตรวจHIV เพื่อการขอวีซ่าเป็นการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราและขั้นตอนที่เขากำหนดมา ส่วนเรื่องเอกสารที่จะยื่นก็เตรียมให้พร้อมอย่างที่คุณ noise บอก
ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพคิดว่าคุณเจ้าของกระทู้คงทำได้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเครียดค่ะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ..เป็นกำลังใจให้ค่ะ

จากคุณ: narada_ [31 ม.ค. 54 - 15:27:44]

ความคิดเห็นที่ 10

สู้ๆ ๆ ให้กำลังใจเหมือนกันค่ะ ขอให้วีซ่าผ่านด้วยค่ะ lucky ka...

จากคุณ: noon diary_noon@hotmail.com [31 ม.ค. 54 - 20:00:46]

ความคิดเห็นที่ 11

เจ้าของกระทู้คะขอ Email ได้ไหมคะ อยากปรึกษาคะ
u.supawan@hotmail.com

จากคุณ: Fon u.supawan@hotmail.com [31 ม.ค. 54 - 20:19:00]

ความคิดเห็นที่ 12

ขอบคุณทุกความคิดเห็นและกำลังใจคะ

ไม่เคยท้อ และไม่เคยยอมแพ้คะ

ส่วนตัวเดินทางท่องเที่ยวมาหลายประเทศคะ

บางประเทศก็ไปอยู่เกือบเดือนคะ

ออสเตรเลียก็ไปบ่อยคะ

อังกฤษ ญี่ปุ่น เนปาล ปีนเขา เดินป่าเพื่อไปดูยอดหางปลา และ หิมาลัยก็ไปมาแล้วคะ

ตอนนี้ตัดสินใจแล้วคะ ว่าจะยื่นขอวีซ่าแต่งงานแน่นอนคะ

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่จะเสี่ยงมากกว่าที่ผ่านมาและเป็นอยู่ในแต่ละวันแล้วละคะ

กำลังศึกษาเรื่องการเตรียมเอกสารอยู่คะ

***คุณความเห็นที่ 11 มีอะไรก็แสดงความคิดทางนี้ได้คะ***

จากคุณ: คนตอบไม่ได้ใส่ชื่อ [02 ก.พ. 54 - 20:00:48]

ความคิดเห็นที่ 13

ลุยเลยครับ ต้องลอง ผมว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกันนะ เป็นกำลังใจครับ

จากคุณ: ที t_ctha@hotmail.com [3 ก.พ. 54 - 11:38:46]

ความคิดเห็นที่ 14

เคยอ่านที่ห้องสะใภ้จิงโจ้ก็มีคนติดเชื้อแล้วขอวีซ่าแต่งงาน เค้ารอผลวีซ่านานกว่าคนอื่น แต่สุดท้ายเค้าก็ได้วีซ่าค่ะ

จากคุณ: Jacaranda [3 ก.พ. 54 - 12:39:17]

ความคิดเห็นที่ 15

คนที่ติดเชื้อ เอส ไอวี มีสิทธิ ขอวีซ่าแล้วผ่านคะ เพราะเคยเห็นคนนึงขอวีซ่า แล้วให้เหตุผลดี ๆ ในการเขียนจดหมายความสีมพันธ์ ก็ผ่านคะ

จากคุณ: กุ้ง [6 ก.พ. 54 - 05:00:55]

ความคิดเห็นที่ 16

เชื่อว่าเค้าต้องให้โอกาสแน่คะ

จากคุณ: ธิดา [1 เม.ย. 54 - 13:35:38]

ความคิดเห็นที่ 17

เป็นกำลังใจให้นะคะ


จากคุณ: nat8361 [5 เม.ย. 54 - 08:50:03]

ความคิดเห็นที่ 18

ตอนนี้ผมก็คิดว่าจะทำอยู่ครับ รักษามา 2 ปีร่างกายเเข้งเเรงเเฟนรับรู้ ไวรัส ไม่เจอ คิดว่าอีก 6 เดือนคงขอแต่ต้องให้เอกสารเยอะเหมื่อนกัน มีคนได้ไปแล้วครับ ต้องให้หมอหล่ายฝ่ายรับรอง หมอทางแฟนด้วยครับแล่้วถ้าเราเป็นตัวทดลองก็น่าจะได้ประโยชน์จาก่ตรงนี้คือกลับมารับยาที่เมื่องไทยทุกๆ 6 เดียน แต่ผมโชคดี ที่มีสาขาอยู่ที่โน่นเลยไม่มีปัญหาในการไปรับยา โรคนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไปถ้าเรารู้ตัวแล้วรักษา ถ้ารักษาแล้วโอกาสที่จะเเพร่เชื้อ มีเเค่ 0.06 % ครับถึงไม่ใช้ถุงยาง แต่ก็ต้องใช้นะครับเพราะป้องกันโรคอื่นๆ ด้วย

จากคุณ: คนตอบไม่ได้ใส่ชื่อ [20 เม.ย. 54 - 15:28:59]

ความคิดเห็นที่ 19

คห.18
รักษากับใครอยู่ที่ไหนคะ อยากหาที่ปรึกษา

จากคุณ: คนตอบไม่ได้ใส่ชื่อ [22 เม.ย. 54 - 23:42:02]

ความคิดเห็นที่ 20

RED CROSS ครับ ไปปรึกษาได้ถ้ายังไม่ได้กินยาจะเป็นการดีที่จะได้เขาโปรเจคเพื่อรับยาเเละตรวจรักษาฟรีครับ
อยู่ข้างๆ ทางเข้าหลังสวนหลุม

จากคุณ: คนตอบไม่ได้ใส่ชื่อ [23 เม.ย. 54 - 10:49:34]

คลิกเพื่อแสดงหน้าอื่น : [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

Copyright © 2007-2009 AussieThai.com All Rights Reserved.
Aussie Thai Education and Consulting ABN: 31 544 565 281
Disclaimer Privacy
eXTReMe Tracker